Categories
Travel

บันทึกและสรุปค่าใช้จ่ายมาเลเซีย Jan 2017

15800777_10208998855501780_493662111529599398_o

Malaysia in my perspective

TLDR: เอาไว้รอจัดการเรื่องอาชญากรรมให้ได้ก่อนค่อยมาเที่ยวดีกว่า

มามาเลเซียรอบนี้มาทำงานอยู่ในห้องเป็นส่วนใหญ่ เลยไม่ค่อยได้เที่ยวอะไรมากมาย อีกอย่างช่วงนี้เที่ยวคนเดียวน่ากลัว มีข่าวปล้นกันรายวัน เลยเซฟๆตัวเองดีกว่า

Categories
About Me Travel

สรุปค่าใช้จ่ายไปเที่ยวฮ่องกง December 2559

ทริปนี้อยู่ๆก็ได้ตั๋วเครื่องบิน Cathay ฟรีจาก Kasikorn ตอนแรกว่าจะไม่ไป คิดไปคิดมาไปเก็บประเทศก็ยังดี ทริปนี้แพลนแบบหลวมๆไปกับน้องสองคน 1 วันฝั่งเกาลูน 1 วันฝั่งฮ่องกง 1 วันนองปิง 1 วันฟรี วันสุดท้ายตื่นสายๆไปรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน แลกเงินไป 10,000 บาทถ้าจะซื้อของหนักๆใช้บัตรเครดิตหมด

เจอปัญหาใช้บัตรเครดิต Master Card กสิกร (ใบที่มันให้ตั๋วมานี่ล่ะ) ไม่ได้เลยสักที่ โชคดีที่มีใบอื่นติดกระเป๋าไปด้วยไม่งั้นเงินคงไม่พอ

ฮ่องกงเป็นประเทศที่

  • คนแก่เยอะ
  • คนเดินสูบบุหรี่กันตามถนนเยอะมาก เหม็นไปหมด
  • ร้านค้าต่างๆจะเปิดตอน 11.00 เป็นต้นไป ไม่เหมาะกับคนตื่นเช้า
  • สถานที่ท่องเที่ยวน้อย ยกเว้นชอบมาไหว้พระ
  • ขนส่งสาธารณะดีมากๆ
  • อากาศดี
  • ห้องน้ำหายาก แนะนำให้ไปสถานีที่มีห้างเยอะๆแล้วเดินขึ้นชั้น 2-3 ถึงจะเจอห้องน้ำที่แอบๆอยู่
  • ของไม่ถูก แพงกว่าไทย
  • เบียร์ถูกน้ำเปล่าแพง
  • ไม่มี Refund Tax เพราะของที่นี่เหมือนจะไม่มี Tax
  • ไปไหนมาไหน Octopus ใบเดียวสบาย
  • รถขับกันเร็วมาก แต่ก็เคารพคนข้ามทางม้าลาย

 

Categories
About Me Travel

สรุปค่าใช้จ่ายไปเที่ยวฮ่องกง December 2559

ทริปนี้อยู่ๆก็ได้ตั๋วเครื่องบิน Cathay ฟรีจาก Kasikorn ตอนแรกว่าจะไม่ไป คิดไปคิดมาไปเก็บประเทศก็ยังดี ทริปนี้แพลนแบบหลวมๆไปกับน้องสองคน 1 วันฝั่งเกาลูน 1 วันฝั่งฮ่องกง 1 วันนองปิง 1 วันฟรี วันสุดท้ายตื่นสายๆไปรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน แลกเงินไป 10,000 บาทถ้าจะซื้อของหนักๆใช้บัตรเครดิตหมด

เจอปัญหาใช้บัตรเครดิต Master Card กสิกร (ใบที่มันให้ตั๋วมานี่ล่ะ) ไม่ได้เลยสักที่ โชคดีที่มีใบอื่นติดกระเป๋าไปด้วยไม่งั้นเงินคงไม่พอ

ฮ่องกงเป็นประเทศที่

  • คนแก่เยอะ
  • คนเดินสูบบุหรี่กันตามถนนเยอะมาก เหม็นไปหมด
  • ร้านค้าต่างๆจะเปิดตอน 11.00 เป็นต้นไป ไม่เหมาะกับคนตื่นเช้า
  • สถานที่ท่องเที่ยวน้อย ยกเว้นชอบมาไหว้พระ
  • ขนส่งสาธารณะดีมากๆ
  • อากาศดี
  • ห้องน้ำหายาก แนะนำให้ไปสถานีที่มีห้างเยอะๆแล้วเดินขึ้นชั้น 2-3 ถึงจะเจอห้องน้ำที่แอบๆอยู่
  • ของไม่ถูก แพงกว่าไทย
  • เบียร์ถูกน้ำเปล่าแพง
  • ไม่มี Refund Tax เพราะของที่นี่เหมือนจะไม่มี Tax
  • ไปไหนมาไหน Octopus ใบเดียวสบาย
  • รถขับกันเร็วมาก แต่ก็เคารพคนข้ามทางม้าลาย

 

Categories
Dev

มาทำ Message Queue ง่ายๆด้วย RabbitMQ กันเถอะ

rabbitmq

ตอนฝึกงานอยู่มีโอกาสได้ใช้ Message Queue เยอะเหมือนกันแต่มันเป็น internal lib ที่เค้าเขัยนไว้ ทีนี้มีงานๆนึงที่รับมาแล้วมันต้องใช้ Message Queue ด้วยเพื่อความไวในการทำงาน เลยลองไปศึกษาดูว่าจะทำ Message Queue ยังไงดีนะ สรุปเลยเลือกใช้ RabbitMQ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

Setup

ผมเป็นติ่ง docker ดังนั้นเราจะใช้ docker รัน RabbitMQ กันเพราะขี้เกียจลงนู่นนี่ลำบาก

เริ่มด้วยคำสั่ง

docker run -d --hostname my-rabbit --name some-rabbit -p 8080:15672 rabbitmq:3-management

แอบติด management มาด้วยเพราะมันมี web-ui ดูได้สะดวก พอรันเสร็จก็ลองเข้าไปที่ http://localhost:8080 แล้ว login ด้วย guest:guest ก็จะได้หน้าตาแบบนี้Screen Shot 2560-01-02 at 3.44.34 PM

ถ้าได้หน้าตาอย่างในรูปด้านบนแปลว่าเราได้ RabbitMQ Server พร้อมที่จะยิงของเข้ามาแล้ว

 

** ใช้ภาษา Ruby บนเว็บ RabbitMQ เองก็มี Tutorials หลากหลายภาษาให้ดูอยู่เหมือนกัน **

Publisher

การที่เราเป็นคนส่งของเข้าไปใน Queue เนี่ยจะเรียกว่า Publisher เราทำได้โดย

 

พอเราลองรัน code ของเราเนี่ย message ของเราก็จะไปโผล่ที่ RabbitMQ Server แล้วโดยเข้าไปดูได้ที่ http://localhost:8080/#/queues (ในรูปที่ขึ้น 2 เพราะผมรัน code ไป 2 รอบนะครับ)

Message เข้า Queue แล้ว
Message เข้า Queue แล้ว

 

พอ Message เข้า Queue ไปแล้วเนี่ยก็ถึงขั้นตอนเอา Message Queue ออกมาใช้ล่ะ

Receiver

ตัวอย่างโค้ดตามนี้เลย

 

จะเห็นว่าแค่เขียนส่งเข้ากับเอา Message ออกมาเนี่ยง่ายแสนง่าย แต่ถ้าจะทำ Message Queue จริงๆยังขาดเรื่อง Priority, Reschedule On Fail, ฯลฯ เยอะแยะมากมาย เอาไว้เดี๋ยวมาต่อโพสต์หน้าครับ

Categories
Dev

มาทำ Message Queue ง่ายๆด้วย RabbitMQ กันเถอะ

rabbitmq

ตอนฝึกงานอยู่มีโอกาสได้ใช้ Message Queue เยอะเหมือนกันแต่มันเป็น internal lib ที่เค้าเขัยนไว้ ทีนี้มีงานๆนึงที่รับมาแล้วมันต้องใช้ Message Queue ด้วยเพื่อความไวในการทำงาน เลยลองไปศึกษาดูว่าจะทำ Message Queue ยังไงดีนะ สรุปเลยเลือกใช้ RabbitMQ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

Setup

ผมเป็นติ่ง docker ดังนั้นเราจะใช้ docker รัน RabbitMQ กันเพราะขี้เกียจลงนู่นนี่ลำบาก

เริ่มด้วยคำสั่ง

docker run -d --hostname my-rabbit --name some-rabbit -p 8080:15672 rabbitmq:3-management

แอบติด management มาด้วยเพราะมันมี web-ui ดูได้สะดวก พอรันเสร็จก็ลองเข้าไปที่ http://localhost:8080 แล้ว login ด้วย guest:guest ก็จะได้หน้าตาแบบนี้Screen Shot 2560-01-02 at 3.44.34 PM

ถ้าได้หน้าตาอย่างในรูปด้านบนแปลว่าเราได้ RabbitMQ Server พร้อมที่จะยิงของเข้ามาแล้ว

 

** ใช้ภาษา Ruby บนเว็บ RabbitMQ เองก็มี Tutorials หลากหลายภาษาให้ดูอยู่เหมือนกัน **

Publisher

การที่เราเป็นคนส่งของเข้าไปใน Queue เนี่ยจะเรียกว่า Publisher เราทำได้โดย

 

พอเราลองรัน code ของเราเนี่ย message ของเราก็จะไปโผล่ที่ RabbitMQ Server แล้วโดยเข้าไปดูได้ที่ http://localhost:8080/#/queues (ในรูปที่ขึ้น 2 เพราะผมรัน code ไป 2 รอบนะครับ)

Message เข้า Queue แล้ว
Message เข้า Queue แล้ว

 

พอ Message เข้า Queue ไปแล้วเนี่ยก็ถึงขั้นตอนเอา Message Queue ออกมาใช้ล่ะ

Receiver

ตัวอย่างโค้ดตามนี้เลย

 

จะเห็นว่าแค่เขียนส่งเข้ากับเอา Message ออกมาเนี่ยง่ายแสนง่าย แต่ถ้าจะทำ Message Queue จริงๆยังขาดเรื่อง Priority, Reschedule On Fail, ฯลฯ เยอะแยะมากมาย เอาไว้เดี๋ยวมาต่อโพสต์หน้าครับ

Categories
About Me

Year in Review 2016

Year in Review 2016

1. ช่วงต้นปีเคยคิดจะเลิกเขียนโปรแกรมแล้วเบนไปสาย Digital Marketing เต็มตัว พอได้กลับมาเขียนโปรแกรมบ่อยๆทุกๆวันแล้วเลือกได้ว่าเราควรจะทำได้สองอย่างนี่ล่ะดีที่สุดละ ขอบคุณหลายๆคนที่เตือนสติ

2. ควร Focus กับ Long-term income มากๆไม่งั้นจะเหนื่อยแบบช่วง กลาง-ปลายปี ปีหน้าได้ลุยเต็มที่ละ รอตามพี่ๆใน TL ไปนี่ล่ะอยากเที่ยวเยอะๆแล้ว

3. ได้ฝึกงานกับทำงานในสองบริษัทที่ผมคิดว่าดีที่สุดและเหมาะกับตัวเองที่สุด ขอบคุณ Proteus Technologies และ Pronto Tools ที่ให้โอกาส ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำงานประจำได้อีกนานแค่ไหนเหมือนกัน แต่ก็คงทำให้ถึงที่สุดจนกว่าจะเบื่อหรือพร้อมแหล่ะ สนุกดีและไม่แย่เหมือนที่ใครหลายๆคนบอก

4. ไม่ต้องทำอะไรยากๆ ล้ำๆ ขอแค่ Research ให้ดีก็พอ

5. ทำอันที่ตัวเองถนัดดีกว่าเยอะ ไม่ใช่ใครทำอะไรก็แห่ไปทำตามๆเค้า

6.นอนโรงพยาบาลครั้งแรก ออกมาเบลอๆไปอีก 4-5 วันถ้าเลือกได้คงไม่นอนอีกแล้ว

7. จ่ายเงินให้กับเวลาและสุขภาพนี่คุ้มที่สุดแล้ว

8. กินซูชิน้อยลงและไม่ได้ไปญี่ปุ่นตามที่ตั้งใจไว้

9. ใช้เงินไปกับการลงทุนเยอะกว่าปีก่อนๆมาก

10. ไม่มีความคิดอยากจะเรียนต่อแล้ว เสียเวลา

Happy New Year ครับทุกคนนน

Categories
About Me

Year in Review 2016

Year in Review 2016

1. ช่วงต้นปีเคยคิดจะเลิกเขียนโปรแกรมแล้วเบนไปสาย Digital Marketing เต็มตัว พอได้กลับมาเขียนโปรแกรมบ่อยๆทุกๆวันแล้วเลือกได้ว่าเราควรจะทำได้สองอย่างนี่ล่ะดีที่สุดละ ขอบคุณหลายๆคนที่เตือนสติ

2. ควร Focus กับ Long-term income มากๆไม่งั้นจะเหนื่อยแบบช่วง กลาง-ปลายปี ปีหน้าได้ลุยเต็มที่ละ รอตามพี่ๆใน TL ไปนี่ล่ะอยากเที่ยวเยอะๆแล้ว

3. ได้ฝึกงานกับทำงานในสองบริษัทที่ผมคิดว่าดีที่สุดและเหมาะกับตัวเองที่สุด ขอบคุณ Proteus Technologies และ Pronto Tools ที่ให้โอกาส ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำงานประจำได้อีกนานแค่ไหนเหมือนกัน แต่ก็คงทำให้ถึงที่สุดจนกว่าจะเบื่อหรือพร้อมแหล่ะ สนุกดีและไม่แย่เหมือนที่ใครหลายๆคนบอก

4. ไม่ต้องทำอะไรยากๆ ล้ำๆ ขอแค่ Research ให้ดีก็พอ

5. ทำอันที่ตัวเองถนัดดีกว่าเยอะ ไม่ใช่ใครทำอะไรก็แห่ไปทำตามๆเค้า

6.นอนโรงพยาบาลครั้งแรก ออกมาเบลอๆไปอีก 4-5 วันถ้าเลือกได้คงไม่นอนอีกแล้ว

7. จ่ายเงินให้กับเวลาและสุขภาพนี่คุ้มที่สุดแล้ว

8. กินซูชิน้อยลงและไม่ได้ไปญี่ปุ่นตามที่ตั้งใจไว้

9. ใช้เงินไปกับการลงทุนเยอะกว่าปีก่อนๆมาก

10. ไม่มีความคิดอยากจะเรียนต่อแล้ว เสียเวลา

Happy New Year ครับทุกคนนน