Categories
About Me Code

[#Codejam] ประสบการณ์ปีแรกกับการแข่งเขียนโปรแกรม

Codejam เนี่ยเป็นงานแข่งเขียนโปรแกรมที่จัดขึ้นโดย Google โดยจัดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งปีนี้ผมเข้าแข่งเป็นครั้งแรก โดยเลือกใช้ Python เป็นภาษาในการเขียนโปรแกรมครั้งนี้ ผลออกมาได้ 20 คะแนนถ้าผ่านเข้ารอบต้องได้ 35 คะแนนขึ้นไปครับ โดยปัญหาที่พบก็มีดังนี้

  • ไม่เคยศึกษาการอ่าน-เขียนไฟล์มาก่อนทำให้เสียเวลาในการแก้ code เพิ่ม
  • ตอนแข่งจริงลนครับ เพราะได้เริ่มตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
  • ลืมเขียนโปรแกรมเป็น function ดันเขียนลงไป main เลยทำให้เวลาเจอ bug debug ยากมากๆ
  • ฝึกฝนน้อยเกินไป ผมเคยเขียนแก้ที่ Codeforces ซึ่ง input มันน้อยมากแค่ 50-100 case แต่มา codejam เจอ case ที่คะแนนสูงๆระดับ 10^10 case อะไรงี้ ก็ตายไปตามระเบียบ
  • ยังรู้จัก lib ใน Python น้อยไปอย่างข้อ 1 หมุนตารางเนี่ยมันมี zip() มาให้ใช้สะดวกมาก แต่ผมก็ไม่รู้ไปเขียนให้มันหมุนเองแล้วเจอ bug ใน case-large ตาย

ปล1. Code กากมากขอไม่ลงแล้วกันครับแต่ถ้าใครอยากดูไปกดโหลดจากเว็บได้ 555

ปล.2 เดี๋ยวปีหน้าเอาใหม่ครับ….

Categories
About Me Education

Solving 1 Problem in 5 Languages

หลังจากผ่านพ้น ม.6 ไปได้ด้วยเกือบจะดี(ยังรอผลแอดอยู่) อยู่บ้านว่างๆมาเกือบเดือนแล้วครับ จริงๆตั้งปณิธานไว้ว่าจะเขียนโปรแกรมวันละข้อ แต่ยังไม่ได้ทำตามที่ตั้งเป้าไว้เลย เพื่อเป็นการฝึกฝนเตรียมความพร้อมทีจะไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ในระดับมหาลัย ผมเลยคิดไว้ว่าจะเขียนโปรแกรมจำพวก Solving Program 1 ข้อออกมาใน 5 ภาษาโดยมี

1. C (อันนี้เขียนเพราะรู้สึกว่าปี 1 ต้องใช้แล้วก็ฝึกพวก Pointer ด้วย)
2. Python (อันนี้เขียนเพราะรู้สึกมันแปลกดี)
3. Ruby (อันนี้เขียนเพราะอยาก)
4. Java (ช่วงนี้เห็นแต่ละ บ. รับ Java Programmer กันเยอะมากเลยอยากลองหัดเขียน + ฝึกไว้ใช้กับ Android ด้วย)
5. JavaScript (อันนี้เขียนเพราะชอบทำ Web App)

ก็ลองติดตามกันดูนะครับ สัญญาว่าจะเขียนบ่อยๆ..

EDIT: ตัดเหลือแค่ 4 พอนะครับหาอะไรมาแทน JS ไม่ได้ใช้ #1S4L

Categories
About Me

Admission 56

เมื่อฉันบอกว่าแอดมิชชัน นั่นคือหมดทั้งแรงกาย
และหวังฝากอนาคต กับการตัดสินใจครั้งนี้ไปจนตาย

– เด็ก Admission 56 ที่เหลือเวลาอีกแค่ 1 เดือน

Categories
About Me

ปณิธานปี 2556

  • ออกกำลังกายให้มากขึ้นกว่าปี 2555  ปี 2555 ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักรักษาเอ็นข้อเท้าที่ฉีกไปเมื่อตอนต้นปี พอมาปี 2556 ต้นปีเจอเรื่องเส้นประสาทที่เอวอักเสบอีก 
  • มีที่เรียน ต้องมีสักที่แหละไม่งั้นตายแน่ 555
  • ฝึกเขียน Ruby / Python ปีที่แล้วฝึก php กับ js ไปพอเขียนเป็นบ้างแล้วปีนี้ต้องฝึกเพิ่มอีก
  • ทำรายรับรายจ่ายทุกวัน อยากเก็บเงินให้ได้มากขึ้น ไม่ใช่ได้มาแล้วหมดไปง่ายๆแบบเมื่อก่อนใช้อะไรไม่ค่อยคิด
  • จริงจังกับการทำงานที่ได้รับมอบหมาย พยายามทุ่มเททำงานที่ทำอยู่ตรงหน้าให้เสร็จเป็นงานๆไป ไม่วอกแวก
  • ดู TED ให้ได้อาทิตย์ละตอน
  • ทำ Project เกี่ยวกับ Web App ให้ได้สักตัวนึง
  • ทำโจทย์เขียนโปรแกรม ให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 ข้อหาโจทย์เอาตามเน็ตนี่ล่ะ
  • อะไรที่ยังใช้ได้ ก็ใช้ต่อไปก่อนไม่ซื้อใหม่
  • ลดเวลาพักผ่อนให้น้อยลง ปีที่แล้วรู้สึกจะนอนมากไป จนไม่ค่อยได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
Categories
About Me

ชีวิตในปี 2012

ปีนี้ผ่านไปไวแปลกๆแหะครับ เหมือนไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย ลองนั่งพิจารณาดูมีแค่นี้เอง

  • อ่านหนังสือสอบเข้าแพทย์ ไม่เคยรู้สึกอ่านหนังสือหนักเท่านี้มาก่อนในชีวิต แต่สุดท้ายก็เหมือนจะเฟลเพราะสอบไม่ติด XD
  • ลีลาศเทอม 1 เต็ม 100 คะแนน  อันนี้ก็เฉยๆแหะแต่มันคือ 100 คะแนนแรกในชีวิตการเรียนมัธยม
  • ศึกษา PHP กับ Python จริงๆจะทำมาหลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะติดเกมก่อน 😛 ปีนี้ก็พอได้อ่าน code ชาวบ้านรู้เรื่องแต่ยังไม่มีโปรเจคของตัวเองเลย
  • ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อของใหม่ๆ ในขณะที่ของเดิมมันก็ใช้ได้อยู่แล้ว เมื่อก่อนอยากได้โทรศัพท์มาแทน Nex S แต่นั่งคิดไปคิดมามันก็ยังใช้ได้จะเสียเงินเพิ่มไปทำไม
  • ถ่ายรูปไฟล์ RAW เริ่มครั้งแรกตอนงานกีฬาสี ม.6 ก็สนุกดีเอามาแต่งเหนื่อยดี 🙂
  • อ่านหนังสือด้านความคิด จริงๆอยากจะลองทำมานานแล้วแต่พึ่งได้ทำ อยากมีความคิดสร้างสรรค์หรือทำอะไรให้ชีวิตตัวเองมันมีระเบียบมากกว่านี้หน่อย
  • ดู Anime Sub Eng อยากจะพัฒนา skill ภาษาอังกฤษให้ตัวเองหน่อยเลยเลือกวีธีนี้แหละ น่าจะเหมาะที่สุดละ
  • สอบติดวิศวะ ม.เกษตร สอบติดแล้วแต่ไม่ได้ตามสายที่อยากเรียนดังนั้นไปแอดกลางต่อ
  • มีบล็อกภาษาอังกฤษ จริงๆอยากเขียนมานานแล้วแต่จะเอามารวมกับอันนี้ก็ดูไม่ควรเท่าไร เลยแยกไปไว้ที่ lifez.wordpress.com

นั่งๆดูน่าจะหมดแล้วนะครับชีวิตในปี 2012 ส่วนปีนี้ (2013) จะทำอะไรเดี๋ยวขอนั่งคิดก่อนแล้วกัน

Categories
About Me

ชีวิตในปี 2012

ปีนี้ผ่านไปไวแปลกๆแหะครับ เหมือนไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย ลองนั่งพิจารณาดูมีแค่นี้เอง

  • อ่านหนังสือสอบเข้าแพทย์ ไม่เคยรู้สึกอ่านหนังสือหนักเท่านี้มาก่อนในชีวิต แต่สุดท้ายก็เหมือนจะเฟลเพราะสอบไม่ติด XD
  • ลีลาศเทอม 1 เต็ม 100 คะแนน  อันนี้ก็เฉยๆแหะแต่มันคือ 100 คะแนนแรกในชีวิตการเรียนมัธยม
  • ศึกษา PHP กับ Python จริงๆจะทำมาหลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะติดเกมก่อน 😛 ปีนี้ก็พอได้อ่าน code ชาวบ้านรู้เรื่องแต่ยังไม่มีโปรเจคของตัวเองเลย
  • ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อของใหม่ๆ ในขณะที่ของเดิมมันก็ใช้ได้อยู่แล้ว เมื่อก่อนอยากได้โทรศัพท์มาแทน Nex S แต่นั่งคิดไปคิดมามันก็ยังใช้ได้จะเสียเงินเพิ่มไปทำไม
  • ถ่ายรูปไฟล์ RAW เริ่มครั้งแรกตอนงานกีฬาสี ม.6 ก็สนุกดีเอามาแต่งเหนื่อยดี 🙂
  • อ่านหนังสือด้านความคิด จริงๆอยากจะลองทำมานานแล้วแต่พึ่งได้ทำ อยากมีความคิดสร้างสรรค์หรือทำอะไรให้ชีวิตตัวเองมันมีระเบียบมากกว่านี้หน่อย
  • ดู Anime Sub Eng อยากจะพัฒนา skill ภาษาอังกฤษให้ตัวเองหน่อยเลยเลือกวีธีนี้แหละ น่าจะเหมาะที่สุดละ
  • สอบติดวิศวะ ม.เกษตร สอบติดแล้วแต่ไม่ได้ตามสายที่อยากเรียนดังนั้นไปแอดกลางต่อ
  • มีบล็อกภาษาอังกฤษ จริงๆอยากเขียนมานานแล้วแต่จะเอามารวมกับอันนี้ก็ดูไม่ควรเท่าไร เลยแยกไปไว้ที่ lifez.wordpress.com

นั่งๆดูน่าจะหมดแล้วนะครับชีวิตในปี 2012 ส่วนปีนี้ (2013) จะทำอะไรเดี๋ยวขอนั่งคิดก่อนแล้วกัน

Categories
About Me Education

Take the Thai Government Scholarship exam!

Last week, I need to take the Thai Government Scholarship exam at Suan Dusit University.  I went to Suan Dusit University with my friend Up and Mix by buses, it take about 3 hours for this trip.

We stay at Suan Dusit Place Hotel, where is in Suan Dusit university. The Room of this hotel tiny for 3 people to stay in the room. The Beds are too soft, then made me backache. Poor Breakfast include with fried rice with eggs, fried egg, rice congee with meat, soup and stir-fried vegetables. But it’s also had good thing. It is a Premier league on TV, so we can watched Arsenal, Chelsea and Man City.

First day, I see many student come from MWIT, TU school. we test 2 subjects. One is English, another is Math. The English test has 3 part structure, vocabulary, and reading. In my opinion reading part is the hardest in this subject. Afternoon, we buy lunch, then take it to our room. Math test in the afternoon it has all of matter of this subject in the test. So it’s very difficult.

After first day test, we decided to go Tokusen by Elite Grill Bar (Yakiniku) at CTW. I think that Tokusen is the best Yakiniku I had ate. Enjoyable, nice service and ordinary rate.

Second day, about Thai-Social and Science subject. Thai-Social test on economy system, politic, culture, AEC, and precis 3 A4 paper. It not difficult for me. Afternoon Science subject it test around Physics, Chemistry and Biology. Biology part is the easiest part in exam because I can do it. The other subjects. Do not mention it XD. After complete the exam we back home with P’s father and P.

 

PS. Thank for reading my first English blog

Categories
About Me

คุณรู้สึกแบบนี้บ้างไหม ? “กี่เช้าที่ต้องลืมตากับคำถาม ว่าเราหลงลืมความฝันหรือเปล่า”?

เคยไหม ? ตื่นขึ้นมาแต่ไม่รู้เป้าหมายว่าวันนี้เราควรทำอะไร

เคยไหม ? ตื่นขึ้นมามีความฝัน แต่ไม่ลงมือทำฝันให้เป็นจริง

เคยไหม ? ตื่นขึ้นมาแล้วหมดวันไปกับอะไรที่ไม่ได้ประโยชน์เลยสักอย่าง

เคยไหม ? ตื่นขึ้นมาแล้วเจอคำถามที่ว่าเราหลงลืมความฝันของเราไปหรือป่าว ว่าเราต้องการจะเป็นอะไรอยากเป็นอะไร แล้วเราทำให้ฝันนั้นเป็นจริงหรือยัง

Categories
About Me Education

ความรู้สึกที่มีต่อระบบการศึกษาไทย (ตอนที่ 1)

…วันนี้ครับผมส่งการบ้านซึ่งครูสั่งว่า ให้ไปหาว่าเราใช้ประโยชน์ของไฟฟ้าสถิตย์ ไปใช้ทำอะไรบ้าง ซึ่งผมก็เปิด Google หาเขียนๆไป 4-5 บรรทัดครบตามจุดประสงค์ที่โจทย์ต้องการ พอส่งไปปรากฏว่า ไม่ได้รับการเซ็นชื่อว่าส่งงาน โดยครูเค้าก็ให้เหตุผลว่าหามาน้อยเกินไป…น้อยเกินไป ??? ในโจทย์ไม่ได้สั่งไว้ซะหน่อยว่าต้องเขียนเยอะขนาดไหน ถามแค่คำถามสั้นๆ ส่วนพวกที่ครูเค้าเซ็นให้ ก็หาจาก Google มาเหมือนกันแต่ปรินท์ๆมาแปะ 2-3 หน้า ผมไม่ได้บอกนะว่าพวกที่ปรินท์มาแล้วครูเค้าเซ็นให้เนี่ยทำไม่ถูก แต่ครูเค้าอ่านงานที่เขียนไปก่อนหรือยังว่าครบตามที่สั่งหรือป่าว หรือแค่เห็นว่าเขียนมาน้อยก็ตีๆกลับไปให้ ไปปรินท์ๆมาแปะแล้วส่งแบบคนอื่น…

 

ผมยังมองไม่เห็นว่าระบบการศึกษาของประเทศเรามันจะมีมาตรฐานตรงไหนเลย อย่างเช่น

1. ครูสั่งงาน 1 ชิ้น แต่ละ
ห้องส่งคนละวันคนละเวลากัน แค่ส่งคนละเวลากันคะแนนที่ได้ก็ต่างกันแล้ว เพราะครูที่ตรวจงานมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกันเช่น ตรวจห้อง A ตอนอารมณ์ดีๆ เสียงเงียบๆไม่มีอะไรกวนใจ เค้าก็จะให้คะแนนสูงๆ ผิดนิดผิดหน่อยก็ปล่อยๆไป แต่ตอนตรวจห้อง B ตอนอารมณ์เสีย อารมณ์ไม่ดี เด็กกวนใจ บ้านน้ำท่วม ทะเลาะกับคนที่บ้าน ฯลฯ ก็ตัดคะแนนเล็กๆน้อยๆในจุดเดียวกับที่ปล่อยผ่านให้กับห้อง A

2. โรงเรียนเดียวกัน ชั้นเดียวกัน คนละห้องกัน ข้อสอบคนละชุดกัน โดนให้เหตุผลว่า ห้องต้นๆน่ะมันเก่งออกข้อสอบยากๆมันก็ทำได้ ห้องลงๆมาก็ออกข้อสอบง่ายๆหน่อย ผมอยากจะรู้ว่าเวลาออกข้อสอบเนี่ยมันไม่ได้ออกตามจุดประสงค์การศึกษาที่เขียนไว้ในแผนการสอนหรอ ข้อสอบถึงไม่เหมือนกัน ระดับความยากก็ต่างกัน

3. ต่างโรงเรียน ต่างครู ต่างคะแนน แล้วมาใช้ GPA ในการ Admission เข้าเรียนต่อมหาลัย  ข้อนี้ผมว่ามันเป็นอะไรที่แย่มากๆของนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนที่ให้เกรดยากๆ ไม่มีการปล่อยเกรด ไหนๆจะใช้ GPA ในการ Admission แล้วก็ทำข้อสอบส่วนกลางในการให้ GPA ไปเลยสิ มาให้แต่ละโรงเรียนหาเกณฑ์การให้เอง มันไม่ยุติธรรมนะ…อ้อพวกที่บอกว่าถ้าเรียนเก่งจริงก็ได้เกรดดีๆเองแหละน่า ลองมาเจออาจารย์คนที่ ทำถูกหมด แต่เขียน = ไม่ตรงให้ 0 ทั้งแผ่นดูมั้ยครับ ?

4….ยังคิดไม่ออกไว้ต่อตอนหน้าแล้วกันนะ